Thursday, October 15, 2009
0
ความคิดเห็น
10:04 PM
ซิมเบียน-แอนดรอยด์ จะนำโด่งในตลาดมือถือปี 2012
บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ (Gartner) โชว์ผลพยากรณ์ตลาดระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือในอีก 3 ปีข้างหน้า ฟันธงว่าซิมเบียนจะนำมาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยแอนดรอยด์อันดับ 2 อันดับ 3 คือแพลตฟอร์มแบล็กเบอร์รี่ อันดับ 4 คือแพลตฟอร์มไอโฟน และ 5 คือแพลตฟอร์มระบบปฏิบัติการวินโดวส์โมบายล์ของไมโครซอฟท์
บทวิเคราะห์ทิศทางตลาดระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือในปี 2012 ของการ์ทเนอร์จัดทำขึ้นมาเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนงาน Gartner ITExpo งานประชุมด้านอุตสาหกรรมไอซีทีซึ่งการ์ทเนอร์จะจัดขึ้นที่ออแลนโด สหรัฐอเมริกา ในสัปดาห์หน้า
ปัจจุบัน ซิมเบียน (Symbian) ที่โนเกียริเริ่มขึ้นนั้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดโทรศัพท์มือถือด้วยสัดส่วน ตลาด 45% อย่างไรก็ตาม แม้หลายฝ่ายจะมองว่าตลาดสมาร์ทโฟนนั้นต่างจากตลาดโทรศัพท์มือถือ แต่การ์ทเนอร์นั้นเชื่อว่า การจับมือเป็นพันธมิตรกันระหว่างโนเกียและไมโครซอฟท์เพื่อสร้าง Office Mobile ซึ่งจะรวมเอาเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์เข้ากับแพลตฟอร์มซิมเบียน จะยิ่งส่งเสริมให้ซิมเบียนสามารถมีชัยเหนือค่ายผลไม้ทั้งสองอย่างแบล็กเบอร์ รี่และไอโฟนจากแอปเปิลได้
ที่ ดูว่าเป็นม้ามืดตัวใหญ่ในบทวิเคราะห์นี้คือแอนดรอยด์ (Android) แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สของกูเกิล การ์ทเนอร์เชื่อว่าค่ายมือถือหลายค่ายจะพร้อมใจวางจำหน่ายอุปกรณ์แพลตฟอร์ม แอนดรอยด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 3 ปีนับจากนี้ พร้อมกับที่การพัฒนาชุดโปรแกรมให้นักพัฒนาลงมือสร้างโปรแกรมขึ้นมาใช้บนแพ ลตฟอร์มก็เชื่อว่าจะขยายตัวแบบไม่หยุดหย่อน จึงทำให้อาณาจักรของแอนดรอยด์มีแนวโน้มขยายตัวรุ่งเรืองสุดขีด
ในส่วนของแพลตฟอร์มไอโฟน (IPhone OS) จุดอ่อนของการเป็นระบบปิดและเงื่อนไขด้านการตลาดระหว่างแอปเปิลและคู่ค้าทำ ให้การ์ทเนอร์มองว่าสัดส่วนตลาดจะด้อยกว่าซิมเบียน แอนดรอยด์ และแบล็กเบอร์รี่
สำหรับไมโครซอฟท์ การ์ทเนอร์เชื่อว่าส่วนแบ่งตลาดของแพลตฟอร์มวินโดวส์ใน 3 ปีข้างหน้าจะเหลือเพียง 9% โดยช่วงก่อนหน้านี้ การ์ทเนอร์เคยพยากรณ์ให้ไมโครซอฟท์อยู่ในอันดับ 3 ด้วยสัดส่วนตลาดราว 12.8% แต่ถูกปรับลงมาให้เป็นอันดับ 5 ในบทวิเคราะห์ล่าสุดด้วยส่วนแบ่ง 9% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการวิเคราะห์จากเสียงตอบรับเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของ Windows Mobile 6.5 ตัวใหม่ล่าสุด
อย่าง ไรก็ตาม การพยากรณ์ของการ์ทเนอร์นั้นตั้งอยู่บนการวิเคราะห์แนวโน้มเท่านั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัจจัยผันแปรอื่นๆขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเมื่อนั้นผู้ผลิตทั้งหลายย่อมโอนเอนไปตามตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการ ของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด
Subscribe to:
Post Comments (Atom)


0 ความคิดเห็น:
Post a Comment