Saturday, December 5, 2009

Review:Left 4 Dead 2 สามัคคีสู้ผีโหดภาค 2 "บอกซอมบี้ว่าข้าตายยาก"

Posted by new-soon - Filed under ,


[[[เอ็กซ์บ็อกซ์ 360-พีซี]]]
[[[เหมาะกับผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีเนื้อหาที่รุนแรง]]]

ถ้าคนทั้งเมืองติดโรคระบาดแล้วกลายเป็นซอมบี้ แต่เราโชคดีที่เชื้อโรคไม่สามารถทำอะไรเราได้ เรากำลังกลับกลายเป็นอาหารค่ำให้ซอมบี้ผู้หิวโหยแทน เราจะทำอย่างไร? จะนอนรอความตายหรือจะร่วมมือกับคนที่ยังเหลืออยู่หยิบอาวุธที่พอจะหาได้ แล้วออกไปตะบันหน้ากับพวกผีดิบ

คนทั้งเมืองกลายเป็นซอมบี้ เมืองทั้งเมืองเสียหายย่อยยับ แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่สามารถต่อต้านเชื้อโรคนี้ได้และไม่กลายเป็นซอมบี้ พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ที่หิวโหย เรื่องราวในเกม Left 4 Dead ภาคแรกเล่าถึงการเอาชีวิตรอดของคน 4 คนและในภาคที่ 2 ก็จะเป็นการเล่าเรื่องของคนอีกกลุ่มที่ต้องเอาชีวิตรอดเช่นกัน

ผู้รอดชีวิตกลุ่มใหม่ประกอบด้วย Coach ครูฝึกนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนแห่งหนึ่ง, Rochelle นักข่าวท้องถิ่น, Ellis ช่างเทคนิค และ Nick นักเสี่ยงโชค พวกเขาตัดสินใจเดินต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดแทนที่พวกจะนั่งรอคนมาช่วยเหลือ ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีหวังเลย หลังจากที่เดินทางไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อจะไปขึ้นเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ หนีภัย แต่ดันไปไม่ทัน พวกเขาจึงติดอยู่บนชั้นดาดฟ้า

เป้าหมายของพวกเขาคือติดตามเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์หนีภัยไปให้เจอ หยิบของที่จำเป็นแล้วก็ออกลุยฝ่าดงซอมบี้ เราจะมีอาวุธอย่างเช่น ปืน AK, M16, FN SCAR, Shot Gun, Uzi, Sniper Rifle หรือจะเป็นอาวุธประชิดอย่างดาบซามุไร, ขวาน, กระทะทอดไข่, กีตาร์ นอกจากนี้ก็มีระเบิดเพลิง, ระเบิดที่ใช้หลอกให้ซอมบี้มารวมกัน

ในการต่อสู้ก็ต้องมีการบาดเจ็บ เราก็ต้องเอากระเป๋าพยาบาลและยาแก้ปวดไปด้วย ในภาคนี้ยังมียาชนิดใหม่ที่ฉีดแล้วทำให้ร่างกลายกระปรี้กระเปร่าได้ระยะ หนึ่งตัวเกมยังคงรักษาแนวการเล่นแบบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถ้าเห็นเพื่อนบาดเจ็บเราจะช่วยรักษาเขาหรือจะเก็บยาไว้ใช้เอง ยังต้องรู้รักสามัคคีกลมเกลียวเช่นเดิม ต้องไปไหนไปด้วยกัน อย่าแตกกลุ่ม รวมกันตายหมู่ แยกหมู่เราตายเดี่ยว แต่รวมกันอาจจะรอดได้ สังหารซอมบี้ที่ขวางหน้า ช่วยเพื่อนที่บาดเจ็บและไปยังจุดที่ปลอดภัย

เมื่อซอมบี้เห็นพวกเรามีความสามัคคีกันดีเยี่ยม พวกมันจะไม่พอใจอย่างแรง มันจะส่งซอมบี้ตัวแสบมาทำให้พวกเราแตกความสามัคคีกัน ถ้าเห็นเรายืนรวมกลุ่มตรงไหนนานๆ มันก็จะส่งซอมบี้มาฉีดน้ำกรดสีเขียวใส่ ทำให้พวกเราแตกกระเจิง บางครั้งก็ใช้ซอมบี้ลิ้นยาวมาดึงใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มไป บางครั้งก็ส่งซอมบี้มากระโดดเกาะหัวแล้วก็ลากไปให้ซอมบี้ตีนผีช่วยกันกระทืบ และยังมีซอมบี้ตัวชนคอยวิ่งชนกระแทกพวกเราด้วย

มีอะไรมากมายที่เราจะได้เจอเหมือนละครชีวิตบทหนึ่ง ครั้งหนึ่งที่ผมเล่นกับเพื่อน ทุกคนอาการร่อแร่ ข้างหน้ามีห้อง ซึ่งจะมียาและที่เติมกระสุนปืนซึ่งจะช่วยพวกเราได้ เมื่อกำลังจะเข้าห้องก็ต้องหยุดทันทีเพราะเจอกับ"Witch" ซอมบี้ผู้หญิงที่นั่งร้องไห้อยู่ข้างใน ถ้าถูก Witch โจมตีทีเดียวเท่านั้นพลังชีวิตก็หมด แล้วพวกเราก็มองหน้ากันและก็เลือกผู้โชคดีเข้าไปหลอกล่อให้เธอออกมา

แล้วพวกเราก็ไปเจอกับทางที่มีเครื่องกีดขวางปิดทางอยู่ เราจึงติดต่อกับผู้ดูแลเพื่อให้เขาเปิดทางให้ ข้อต่อรองคือต้องไปเอาน้ำอัดลมมาให้เขา พวกเราจึงต้องเดินไปหยิบน้ำอัดลมให้ร้านข้างหน้ามาให้ พอเปิดประตูร้านค้าเท่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังลั่น แล้วฝูงซอมบี้สี่คูณร้อยก็วิ่งกรูกันออกมาทั้งทึ้งทั้งถีบราวกับว่าน้ำอัดลม นี้คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกข้า “ห้ามใครเอาไป…!”

ยังมีเรื่องราวอีกมากมายในเกมนี้ที่เราจะได้เจอเช่น "เติมน้ำมันรถเพื่อเอาชีวิตรอด" "คอนเสิร์ตมรณะ Dead Rock ขนานแท้" "อุโมงค์แห่งความรัก", "รถไฟมหาสนุก", "หนองน้ำหฤหรรษ์" "ฝนมืด"และ "สะพานแห่งความตาย" เป็นเช่นไรต้องลองเข้าไปเล่นในเกมครับ เล่นคนเดียวไม่สนุกต้องหาเพื่อนมาเล่นด้วยกันรับรองเลยว่าสนุกแบบไม่ต้อง บรรยายแล้วจะต้องบอกว่า "คุณรักเพื่อนหรือเปล่า อย่าปล่อยให้เขาตาย"

เกมในภาคนี้ยังคงเน้นการเล่นแบบออนไลน์ ในโหมดเล่นเดี่ยวจะเล่นร่วมกับเพื่อนที่บังคับด้วย AI ของคอมพิวเตอร์ ในโหมดออนไลน์ก็จะมีหลายโหมดให้เล่น โหมดเนื้อเรื่องเล่นร่วมกับเพื่อนเพื่อเอาชีวิตรอด โหมด Realism เป็นโหมดเหมือนจริงโดยจะตัดเอาเครื่องหมายที่ช่วยบอกตำแหน่งของผู้เล่นและไอ เท็มต่างๆออกไป ทำให้การเล่นยากขึ้นเพราะเราจะไม่รู้เลยว่าอะไรอยู่ที่ไหน

โหมด Versus ผู้เล่น 4 คนเป็นผู้รอดตาย ผู้เล่นที่เหลือจะเล่นเป็นซอมบี้ตัวพิเศษและต่อสู้กัน โหมด Survival ผู้เล่นต้องเอาชีวิตรอดให้ได้นานที่สุดจากฝูงซอมบี้ที่ระดมกันมาอย่างไม่ยั้ง Scavenge โหมดเติมน้ำมันผู้รอดชีวิตจะต้องเอาน้ำมันมาเติมเครื่องปั่นไฟและผู้เล่นที่เป็นซอมบี้จะต้องหาทางขัดขวางให้ได้

ตัวเกมยังคงใช้ Source engine เครื่องมือสร้างเกมตัวหลักของบริษัท Valve ที่ยังคงให้การแสงผลที่งดงาม ใช้การออกแบบงานศิลป์ที่ทำออกมาอย่างดีและสื่อถึงบรรยากาศแห่งความหายนะได้ ดี เพลงในเกมทำออกได้เข้ากับบรรยากาศในเกม ตัวเกมมีทั้งบรรยากาศที่วังเวงและก็ดุเดือดในจังหวะที่มีศัตรูมาแบบหนัก หน่วงและบางครั้งยังแทรกความตลกขบขันเสียดสีเข้าไปด้วย ตัวเกมค่อนข้างสั้นจนบางคนบอกว่าน่าจะทำเป็นภาคเสริมมากกว่าจะทำเป็นภาคหลัก

Left 4 Dead 2 ดูรวมๆแล้วอาจจะไม่ค่อยแตกต่างจากภาคแรกนัก มีการเล่นที่เปลี่ยนไปบ้างนิดหน่อยตรงที่เราจะอยู่กับที่นานมากไม่ได้และการ ต่อสู้แบบประชิดก็ทำได้ดุเดือดยิ่งขึ้น เนื้อเรื่องในเกมก็สามารถเข้าใจได้จากบทพูดและก็มีเขียนไว้ตามฝาผนังซึ่ง เป็นการเล่าเรื่องแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครที่ยังไม่เคยเล่นภาคแรกก็หาภาคสองมาเล่นได้ครับ สนุกสนานเหมือนเดิม ผมมีทั้งสองภาคและก็ชอบทั้งสองภาคแหละครับ

เกมการเล่น8
กราฟิก9
เสียง9
ความคิดสร้างสรรค์8
ความคุ้มค่ายิงซอมบี้ไม่มียั้ง
ภาพรวม8.5


BY…HIRYU
ระบบที่ต้องการ(สำหรับเครื่อง พีซี)
ระบบขั้นต่ำ
ระบบปฏิบัติการ: Windows 7 / Windows Vista / Windows Vista64 / Windows XP
ซีพียู : Intel Pentium 4 3.0 GHz หรือดีกว่า
หน่วยความจำ : 1 GB สำหรับ Windows XP / 2GB สำหรับ Windows Vista
เนื้อที่ว่างฮาร์ดดิสก์: 7.5 GB
การ์ดแสดงผล: รองรับ DirectX 9 มีหน่วยความจำบนการ์ดแสดงผล 128 MB, รองรับ Shader model 2.0
ATI X800, Nvidia 6600
หรือดีกว่า
DirectX: 9.0c
ซาวด์การ์ด: รองรับ DirectX 9.0c

ระบบที่แนะนำ
ระบบปฏิบัติการ: Windows 7 / Windows Vista / Windows Vista64 / Windows XP
ซีพียู: Intel core 2 duo 2.4GHz หรือดีกว่า
หน่วยความจำ : 1 GB สำหรับ Windows XP / 2GB สำหรับ Windows Vista
เนื้อที่ว่างฮาร์ดดิสก์: 7.5 GB
การ์ดแสดงผล: รองรับ DirectX 9, รองรับ Shader model 3.0
Nvidia 7600, ATI X1600
หรือดีว่า
DirectX: 9.0c
ซาวด์การ์ด: รองรับ DirectX 9.0c
***ใช้โปแกรม Steam (Valve Corporation) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อทำการยืนยันสิทธิ์และเล่นผ่านระบบออนไลน์

Continue reading...

เผยผลงาน 9 เดือน "เอเชียซอฟท์" กำไรหาย

Posted by new-soon - Filed under ,


"เอเชียซอฟท์" เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้มีรายได้ลดลงจากปีก่อน ขณะที่ยอดรวมตลอด 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 114 ล้านบาท ลดลงถึง 29 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี พ.ศ.2551 ที่ผ่านมาซึ่งทำไว้ 160.8 ล้านบาท


บริษัทเอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2552 มีรายได้รวมตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา 1,092 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการขายและให้บริการ 1,069 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 114 ล้านบาท

จากรายงานผลประกอบการของบริษัทเอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ที่ส่งมอบให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า รายได้รวมช่วง 3 เดือนของไตรมาส 3 อยู่ที่ 362 ล้านบาท (ลดลง 7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว) โดยสัดส่วนรายได้จากการขายและให้บริการทั้งในประเทศและนอกประเทศลดลงทั้งคู่ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ดังนี้

- รายได้จากการขายและให้บริการต่างประเทศ ไตรมาส 3 พ.ศ.2552 อยู่ที่ 114.21 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 3 พ.ศ.2551 อยู่ที่ 120.2 ล้านบาท
- รายได้จากการขายและให้บริการในประเทศ ไตรมาส 3 พ.ศ.2552 อยู่ที่ 242.4 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 3 พ.ศ.2551 อยู่ที่ 259.9 ล้านบาท

ขณะที่รายได้รวมตลอด 9 เดือน พ.ศ.2552 อยู่ที่ 1,092 ล้านบาท พบว่าลดลงเช่นกันเมื่อนำไปเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งทำได้ 1,191 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จากการขายและให้บริการนอกประเทศลดลง แต่สัดส่วนในประเทศเพิ่มขึ้น ดังนี้

- รายได้จากการขายและให้บริการต่างประเทศตลอด 9 เดือนแรก พ.ศ.2552 อยู่ที่ 328 ล้านบาท ขณะที่ พ.ศ.2551 อยู่ที่ 439.5 ล้านบาท
- รายได้จากการขายและให้บริการในประเทศตลอด 9 เดือนแรก พ.ศ.2552 อยู่ที่ 741.1 ล้านบาท ขณะที่ พ.ศ.2551 อยู่ที่ 738.3 ล้านบาท

สำหรับในส่วนของกำไรสุทธิช่วงไตรมาส 3 พ.ศ.2552 อยู่ที่ 39.8 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิตลอด 9 เดือน อยู่ที่ 114.4 ล้านบาท (ลดลง 29 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ทำไว้ 160.8 ล้านบาท)
Continue reading...

เตรียมพบข้อเสนอสุดพิเศษ-เปิดตัวรถ“นิสสัน”รุ่นใหม่ ใน Motor Expo 2009

Posted by new-soon - Filed under ,

Nissan Teana ใหม่


อีกไม่กี่วันแล้วมหกรรมยานยนต์ที่เหล่าคนรักรถรอคอยอย่าง Motor Expo 2009 ก็จะมาถึง ซึ่งคุณจะได้พบได้สัมผัสกับ นิสสัน ภายในงานด้วยอย่างแน่นอน นำทีมมาด้วย Nissan TIIDA ใหม่ที่จะมาให้คุณได้ลองสัมผัสประสบการณ์จริงกับความกว้างภายในห้องโดยสาร ทดสอบสมรรถนะ และประทับใจกับดีไซน์ใหม่ที่ดึงดูดใจจนยากจะปฏิเสธ



นอกจากนั้นคุณยังจะได้พบกับความสดใหม่จากรถรุ่นต่างๆ ของนิสสัน ซึ่งจะเผยความสดใหม่เป็นครั้งแรกใน Motor Expo 2009 ครั้งนี้อีกด้วย ได้แก่

Nissan Teana รุ่น 200 XL Sport Series และรุ่น 250 X-V6 (Sunroof and Curtain Airbags) Navi Sports Series ซึ่งความใหม่ที่คุณจะได้พบ ได้แก่
ภายในสีดำ
กระจังหน้ารมดำ สะท้อนรสนิยมหรูสไตล์สปอร์ต
สเกิร์ตข้าง เสริมสไตล์ในแบบที่เป็นคุณ
สปอยเลอร์หลัง อีกระดับของความสปอร์ต ให้การทรงตัวที่ดีกว่า
เนวิเกเตอร์พร้อมกล้องมองหลัง

ภายใน Nissan Teana ใหม่




Nissan X-Trail ใหม่
และที่พิเศษสุด คุณจะได้เป็นคนกลุ่มแรกในประเทศไทยที่ได้สัมผัสกับยนตรกรรมชั้นเยี่ยมน้องใหม่จากนิสสัน Nissan X-Trail ใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์ SUV รุ่นล่าสุด การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 ถึง 7 ปีซ้อน ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ประเทศญี่ปุ่น

Nissan X-Trail ใหม่ มาพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แบบเดียวกับของเทียนารุ่นใหม่ 2.0 ลิตร เครื่องยนต์ MR20DE 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที พร้อมระบบวาล์วแปรผัน CVTC ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น และระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ทำให้รู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์ ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลภายใต้สมรรถนะเต็มเปี่ยม ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ขับสนุกยิ่งขึ้นด้วย Manual Mode 6 Speed คุ้มค่ากับทุกการเดินทางอย่างมีสไตล์

โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับโครงสร้างรูปตัว X แบบ X-Construction ให้ความแข็งแกร่ง เท่ มีสไตล์ ลงตัวกับตัวถัง พร้อมกระจังหน้าใหม่สีเดียวกับตัวถัง จรดไฟท้ายด้านหลังแบบ 3 มิติ เพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยล้อแม็กลายสปอร์ต

ภายในห้องโดยสารและที่เก็บสัมภาระได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาด ให้เกิดอรรถประโยชน์สูงสุดในการใช้งานที่หลากหลาย กับห้องเก็บสัมภาระด้านหลังดีไซน์รูปทรงสี่เหลี่ยมเพื่อเพิ่มขนาดในการจุของ ได้สูงสุดถึง 603 ลิตร ทั้งยังสามารถพับจัดเรียงใหม่ได้ตามความต้องการ ล้ำสมัยด้วยลิ้นชักที่เก็บสัมภาระด้านท้ายช่วยเพิ่มประโยชน์ในการใช้งาน พร้อมด้วยช่องเก็บของภายในรถมากมายเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น พิเศษสุดที่วางแก้วน้ำบริเวณคนขับ ผู้โดยสารด้านหน้า และผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมระบบรักษาความเย็น

2 – 13 ธันวาคม นี้ อย่าลืมไปสัมผัสกับนิสสันกันให้ได้นะครับ ในงาน Motor Expo 2009 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nissan.co.th
Continue reading...

BMW M3 GTS : พลังแรงจากสนามแข่ง

Posted by new-soon - Filed under ,


ใครที่คิดว่าแค่สมรรถนะเดิมๆ ของเอ็ม3 จากโรงงานยังแรงและเร้าใจไม่พอ ต้องมาเจอกับนี่เลย ทางเลือกใหม่ในรหัส GTS ที่ยกรถแข่งจากสนามออกมาปรับปรุงเพื่อการใช้งานบนถนน พร้อมกับเพิ่มความเร้าใจให้กับรูปลักษณ์โดยรวม และการอัพเกรดจำนวนม้าในคอกของเครื่องยนต์วี8 ด้วยการเพิ่มความจุกระบอกสูบ


การพัฒนามีขึ้นบนรุ่นคูเป้ของ M3 ในรหัส E92 และเหนือชั้นกว่าเวอร์ชัน CSL ที่เน้นน้ำหนักเบาที่เปิดตัวทำตลาดมาก่อนหน้านี้ โดยแน่นอนว่าเมื่อมองเพียงแวบเดียวก็จะสามารถสัมผัสถึงความแตกต่างระหว่าง รุ่นธรรมดาและตัวแรง GTS เพราะนอกจากชุดสปอยเลอร์ที่เพิ่มความดุดันให้กับตัวถังรอบคันแล้ว GTS ยังมากับสีตัวถังพิเศษเฉพาะรุ่นนี้อีกด้วย และเสริมหล่อด้วยล้อแม็กขนาด 19 นิ้วจับคู่กับยางหน้าขนาด 225/35 และด้านหลัง 285/30



โปรเจ็กต์นี้เกิดขึ้นจากไอเดียของทีมวิศวกรใน BMW M GmbH ซึ่งเป็นส่วนที่ดูแลการผลิตความแรงทั้งในตลาดและสนามแข่งของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งพวกเขาคิดว่าคงจะดีไม่น้อยหากสามารถพัฒนารถขึ้นมาสักคันที่ผู้เป็นเจ้า ของสามารถใช้ขับไปไหนมาไหนก็ได้ และถ้าเผื่อว่างแล้วอยากซิ่งในเซอร์กิต ก็เลี้ยวเข้าสนามแข่งและใช้รถคันเดียวกันนี้เข้าร่วมการแข่งขันในแบบ Clubrace ได้

นี่ ก็เลยทำให้เกิด GTS ขึ้นมาซึ่งทุกรายละเอียดของตัวรถได้รับการสร้างสรรค์ ผลิตและประกอบขึ้นมาทั้งคันด้วยมือ หรือ Hand-Built โดยทีมวิศวกรของ BMW M GmbH และตัวรถเน้นที่ความเบาที่มีมากกว่าเวอร์ชัน CSL เพราะนอกจากจะใช้หลังคาที่ผลิตจาคาร์บอนไฟเบอร์เหมือนกัน แต่สิ่งที่ CSL ไม่มีคือ การที่รุ่น GTS ถูกถอดเบาะหลังออกไปทั้งยวง รวมถึงบรรดาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งหลาย เช่น วิทยุหรือระบบนำทาง พร้อมกันนั้นยังมีการตีโรลล์บาร์ตรงช่วงบริเวณเสากลางของตัวรถไปยังด้านท้าย และเปลี่ยนเบาะนั่งเป็นแบบบักเก็ตซีทสุดสปอร์ตพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด พร้อมกับถังดับเพลิง และน้ำหนักรวมของตัวรถอยู่ที 1,490 กิโลกรัม

ในแง่ของความแรงแล้ว ต้องบอกว่ามีการปรับเปลี่ยนอย่างมากจาก M3 รุ่นธรรมดา เพราะเครื่องยนต์วี8 เจ้าของรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมในปี 2007 ได้รับการขยายความจุจากเดิมที่อยู่ในพิกัด 4,000 ซีซีให้ขยับขึ้นมาเป็น 4,400 ซีซี ซึ่งผลที่ได้คือจำนวนม้าในคอกที่ทะยานขึ้นมาเป็น 450 ตัวจากเดิมมีอยู่แค่ 420 แรงม้า พร้อมกับส่งกำลังด้วยเกียร์แบบกึ่งอัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ หรือ M DKG แบบ 7 จังหวะสู่การขับเคลื่อนในแบบล้อหลัง พร้อมโหมด Drivelogic ที่สามารถปรับการทำงานของเกียร์ให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานสนามแข่งและ การทรงตัวในย่านความเร็วสูง การตอบสนองของตัวรถถูกใจบรรดานักขับที่รักการซิ่งในสนามอย่างแน่นอน

มีขายแน่นอนโดย เริ่มรับจองแล้ว แต่กว่าจะส่งมอบได้ต้องรอถึงในยุโรปช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2010 และด้วยความพิเศษเช่นนี้ ถ้าไม่สั่งก็ไม่ผลิต โดยจะมีขายตามออร์เดอร์เท่านั้น ด้วยราคา 115,000 ยูโร หรือ 5.75 ล้านบาท แพงกว่า M3 คูเป้รุ่นธรรมดาเกือบเท่าตัว

Continue reading...

หลากกิจกรรม Motor Expo

Posted by new-soon - Filed under ,
นอกเหนือจากการเดินชมรถใหม่และพริตตี้สวยใสแล้ว ในงานมหกรรมยานยนต์ยังมีส่วนของกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าชมงานได้มีส่วนร่วมมาก มาย “ASTVผู้จัดการมอเตอริ่ง” รวบรวมมาแนะนำให้ และอย่าลืมไปแวะเยี่ยมเยียนกัน เพราะอาจจะมีอะไรตื่นตาตื่นใจจนคาดไม่ถึง



สมาคมรถโบราณ
เริ่มต้นด้วยกิจกรรมภายในฮอลล์ กับบู๊ท MOTOR EXPO DESIGN AWARD 2009 ซึ่งผู้จัดงาน ร่วมกับ ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาควิชาอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง และภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในหัวข้อ "ขับเคลื่อน... สู่ความยั่งยืน" ซิงโล่เกียรติยศ พร้อมทุนการศึกษานับแสนบาท

การแสดงรถโบราณ โดยสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ส่งรถโบราณที่หายากเข้าร่วมจัดแสดงหลากหลายรุ่น และกิจกรรมเอาใจคนรักความแรง รวมรถจากทีมแข่งต่างๆ ทั้งทางเรียบ และทางฝุ่น รถแข่งดริฟท์ ระดับหัวแถวของวงการ ที่ผ่านการตกแต่งมาอย่างสุดขั้ว ทั้งยังมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับรถแข่งเข้ามาแสดงกันคึกคัก นอกจากจะได้ชมรถแข่งแล้ว ยังสามารถซื้ออุปกรณ์สำหรับรถแข่งภายในงานได้อีกด้วย

โชว์เครื่องเสียงภายในฮอลล์
ไม่เฉพาะแต่เรื่องรถเพียงอย่างเดียวยังมีบู๊ทของสมาคมศิลปวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ไทย จัดแสดงศิลปะดนตรีไทย ศิลปะประยุกต์ ต่างๆ โดยนักเรียน นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยทุกวันของการจัดงาน พร้อมการแบ่งพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปกรรมสร้างสรรค์ของศิลปินน้อยวัย 6-12 ปี ที่กล้าคิด กล้าแสดงออก

ส่วน กิจกรรมภายนอกฮอลล์ เป็นประจำทุกปีกับ CAR STEREO ALLEY & ACTIVITIES การรวมพลรถพลังเสียงยิ่งใหญ่ บนลานกว้าง 8,000 ตรม. มีบริษัทเครื่องเสียงชั้นนำ ผนึกกำลังสร้างความบันเทิง ได้แก่ AUDIO ACCESS/MA AUDIO/CAR AUDIO & ACCESSORIES และ บริษัท แทมเซ่น จำกัด ระดมรถที่ติดตั้งเครื่องเสียงระดับ ไฮ-เอนด์ มากกว่า 100 คัน พร้อมการแสดงจากศิลปิน ดารา นักร้อง ชั้นนำ และ แดนเซอร์ มืออาชีพ นอกจากนี้จะมีการให้ความรู้ โดยนักวิชาการด้านเครื่องเสียงอีกด้วย

กิจกรรม 4x4
ต่อเนื่องด้วยการรวมตัวของสมาชิก กลุ่มผู้รักรถชมรมต่างๆ (CAR CLUB) เพื่อพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้สนใจ ณ บริเวณ ดรอพ ออฟ ชั้น 2 หน้าอาคาร ชาลเลนเจอร์ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2551

พร้อม ลานฝึกทักษะ และลองขับรถ 4x4 กิจกรรมของโรงเรียนสอนทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ SPIRIT OF THE 4x4 DRIVING SCHOOL โดยจัดหลักสูตรอบรมแบบเร่งรัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้สนใจ นอกจากนี้ บริษัทรถยนต์หลากหลายยี่ห้อ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการซื้อรถขับเคลื่อน 4 ล้อภายในงาน ได้มาทดลองสมรรถนะของรถ ก่อนการตัดสินใจที่สนามแห่งนี้ โดยตั้งบูธรับลงทะเบียน ไว้บริเวณหลังบูธรถยนต์ มาซดา

เรียกได้ว่าไปงานเดียวสนุกทั้งครอบครัวเลย ใครที่สนใจกิจกรรมไหนก็สามารถมาชมกันได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ระหว่างวันที่ 2- 13 ธันวาคม 2552
Continue reading...

BMW 740Li&730Ld คงสปอร์ตเติมสบาย

Posted by new-soon - Filed under ,


ปี 2009 ตลาดรถยนต์หรูระดับสูงสุดของค่ายยุโรปดูจะคึกคักเป็นพิเศษหลังการเปิดตัวและ รุกทำตลาดอย่างเต็มเหนี่ยวของ “ซีรี่ส์ 7” รถธงค่ายใบพัดฟ้าขาว เพื่อหวังช่วงชิงลูกค้าของคู่แข่งตลอดกาล “เอส-คลาส” แห่งค่ายดาวสามแฉก ที่ครองความเป็นเจ้าตลาดรถระดับนี้ของเมืองไทยอยู่

ช่วงแรกบีเอ็มดับเบิลยู เปิดตลาดซีรี่ส์ 7 ด้วยรุ่นนำเข้าสำเร็จรูป(CBU) ก่อนที่จะเผยโฉมรุ่นประกอบในประเทศ ด้วยราคาที่ต่ำลงกว่าเดิมนับล้านบาทสำหรับรุ่น 740Li สนนราคา 8.999 ล้านบาท ให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น พร้อมกับการมาของทางเลือกในรุ่น เครื่องยนต์ดีเซล 730Ld ที่มากับค่าตัว 7.599 ล้านบาท




ซึ่งASTVผู้จัดการมอเตอริ่ง มีโอกาสได้ทดลองขับทั้ง 2 รุ่นในคราวเดียวกัน จากการเชิญไปร่วมทริปทดลองขับซีรึ่ส์ 7 บนเส้นทางกรุงเทพฯ- พัทยา พร้อมแวะชมโรงงานประกอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่จังหวัดระยอง เพื่อให้เห็นกระบวนการผลิตอันทันสมัยและพิถีพิถันได้คุณภาพสมกับความเป็นรถ สัญชาติเยอรมัน

ก่อน อื่นเราขอบอกถึงความแตกต่างด้านสเปคของทั้ง 2 รุ่นก่อนนอกเหนือจากเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลที่มีพละกำลังต่างกันแล้วจะมี เรื่องของ อุปกรณ์ของรุ่นเบนซินที่จะมากกว่า ได้แก่ ขนาดของล้อและยางเป็น 19 นิ้วขณะที่รุ่นดีเซลเป็น 18 นิ้ว, มีระบบแจ้งข้อมูลบนกระจกหน้าหรือ Head up display และระบบปรับอากาศตอนหลังด้านบน ส่วนที่เหลือจะเหมือนกัน


การเดินทางเริ่มจากโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ เราประจำตำแหน่งผู้ขับก่อนในเจ้า 730Ld พร้อมนำพาผู้ร่วมเดินทางอีก 3 ชีวิต สัมผัสแรก คือการได้รู้สึกถึงคุณภาพระดับเนียบสุดของวัสดุภายในไม่ว่าจะเป็นคอนโซลหน้า ,คอนโซลกลาง, เบาะหนังแท้และแผงข้างประตู

การ จัดวางตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ในจุดที่ใช้งานง่ายกว่ารุ่นก่อนหน้า การบังคับและใช้งานปุ่ม ไอ-ไดร์ฟ (i-Drive)ไม่ยากเหมือนก่อน แต่อาจจะต้องทำความเข้าใจและอาศัยเวลาสร้างความคุ้นเคยมากกว่าเดิมหน่อย เนื่องจากฟังก์ชั่นเมนูควบคุมที่ละเอียดและหลายหลายขึ้น

ติดเครื่อง เปิดประตู ฟังเสียงของเครื่องยนต์ดังกระหึ่มชนิดไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเครื่องยนต์ ดีเซล แต่เมื่อปิดประตู ความเงียบเข้ามาแทนที่เช่นเดียวกับรถดีเซลรุ่นอื่นๆ ของค่ายใบพัดฟ้าขาว เมื่อทุกอย่างพร้อมเหยียบคันเร่ง แรงบิดสูงสุดระดับ 540 นิวตันเมตรที่รอบกว้าง 1750-2500 รอบ/นาที นำพา 730Ld ทะยายออกไปอย่างสบายๆ และนุ่มนวล

การขับช่วงแรกแบบในเมือง ด้วยความเป็นรถซีดานขนาดใหญ่ มุมมองต่างๆ ด้านหน้าจึงค่อนข้างกว้างและชัดเจน แต่ความคล่องตัวจะน้อยกว่ารถเล็ก บางจังหวะของการเปลี่ยนเลนจำต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะความยาวของตัวรถเป็นต้นเหตุนั่นเอง (ประกอบกับราคาค่าตัวกว่า 7 ล้านบาททำให้ผู้ขับหวั่นใจพอสมควร)

สำหรับ ตัวรถแม้จะมีน้ำหนักรวมกว่า 2 ตัน แต่พละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ดีเซล 218 แรงม้า เพียงพอสำหรับการขับขี่ในทุกย่านความเร็ว ซึ่งเราได้พิสูจน์หลังจากขับวิ่งออกนอกเมืองบนถนนเส้นมอเตอร์เวย์ เพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดระยองอันเป็นจุดหมายแรก

ระหว่าง การเดินทางสอบถามผู้โดยสารที่นั่งตอนหลังทั้ง 2 ท่านซึ่งเป็นสุภาพสตรีว่า รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง พวกเธอบอกว่า นั่งสบายดี เบาะปรับได้หลายทิศ แถมมีทีวีดูแบบส่วนตัวทั้งเบาะซ้ายและขวา เฉพาะเบาะซ้ายมีปุ่มปรับเลื่อนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าได้อีกด้วย หรูหราดูไฮโซมากค่ะ


เราขับด้วยความเร็วเฉลี่ยระหว่าง 120-140 กม./ชม. ตามตำรวจที่มานำขบวนซีรี่ส์ 7 เกือบ 10 คันของทริปนี้ บางช่วงเราพยายามทำความเร็วสูงสุดได้เต็มที่ 160 กม./ชม. ทั้งที่พละกำลังยังเหลืออีกมาก แต่ด้วยข้อจำกัดการขับเป็นขบวนจึงไม่สามารถขับเร็วกว่านั้นได้

ความรู้สึกเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงแทบไม่แตกต่างจากการวิ่งด้วยความ เร็วสัก 100 กม./ชม. รถยังคงนิ่งและเกาะถนนตามสไตล์บีเอ็มดับเบิลยู พวงมาลัยให้ความรู้สึกกระชับหนักแน่น การส่งกำลังของเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดทำได้อย่างนุ่มนวลไร้รอยต่อ

730Ld จะมีเรื่องขัดใจเรานิดหน่อย ก็ตรงเสียงของเครื่องยนต์ดีเซลที่ดังเข้ามารบกวนเล็กน้อยในยามกดคันเร่งคิก ดาวน์ อันเป็นสไตล์ของรถเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป ส่วนเสียงลมเริ่มดังรบกวนเล็กน้อยที่ความเร็วแตะ160 กม./ชม.
เมื่อถึงจุดหมายโรงงานประกอบรถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยูเข้าไปดูไลน์ ผลิตและการตรวจสอบคุณภาพรถพอหอมปากหอมคอ และเมื่อออกมาก็ถึงคิวของการเปลี่ยนรถมาขับในรุ่น เครื่องยนต์เบนซินบ้าง

สำหรับตัวเบนซินแม้ชื่อ เรียกจะเป็น 740Li แต่เครื่องยนต์ที่ประจำการอยู่เป็นเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 326 แรงม้า เนื่องจากบีเอ็มดับเบิลยูต้องการสื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย ถึงความแตกต่างจากซีรี่ส์ 7 รุ่นย่อยอื่น

ความ รู้สึกแรกหลังเข้าประจำการ ไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล แต่เมื่อเราติดเครื่องและเหยียบคันเร่งออกตัว ความแตกต่างชัดเจนมาก ทั้งในด้านของกาาตอบสนอง และระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า ที่ให้เราทราบข้อมูลความเร็ว โดยไม่ต้องละสายตาจากหน้ารถ

ในส่วนของพละกำลัง 326 แรงม้าของเบนซิน จัดจ้านกว่ารุ่นเครื่องยนต์ดีเซลไม่น้อย แถมยังดีกว่าในด้านของเสียงรบกวนเมื่อยามเรากดคันเร่งคิกดาวน์ ความเร็วสูงสุด เราวิ่งได้เพียง 150 กม./ชม. เพราะต้องไปเป็นขบวน การตอบสนองของเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมทุกย่านความเร็ว คงเอกลักษณ์ความเป็นสปอร์ตของบีเอ็มดับเบิลยูไว้ไม่เสื่อมคลาย

ความรู้สึกของช่วงล่างหนึบเช่นเดียวกับรุ่นดีเซล เราขับเป็นระยะทางเกือบ 100 กม. ด้วยเวลาไม่นานก็มาถึงที่พัก รอวันพรุ่งนี้สำหรับการขับซีรี่ส์ 7 กลับเข้ากรุงเทพฯ
ช่วงขากลับเราได้ขับรุ่นดีเซลอีกครั้งตามการตกลงของทีมงานบีเอ็มดับ เบิลยู โดยครวนี้ผู้เขียนขอจองที่นั่งทางด้านหลัง เพราะได้ฟังความร่ำลือจากผู้โดยสารที่นั่งก่อนหน้าและทีมผู้บริหารของค่ายใบ พัดฟ้าขาวที่นำเสนออย่างออกนอกหน้าว่า เบาะหลังนั้นสร้างมาเพื่อบุคคลผู้นำโดยเฉพาะ

เบาะ นั่งหลังปรับได้ แต่ปรับอย่างไรก็ไม่เหมาะกับเราเท่าไหร่ นั่งมาได้ไม่นานในเส้นทางเดิมที่ขับมา รู้สึกชัดเจนว่า นั่งสบายสู้เบาะนั่งของผู้ขับไม่ได้ (สงสัยผู้เขียนคงจะเหมาะกับการเป็นสารถีมากกว่า การเป็นผู้นำ) เช่นเดียวกับสุภาพสตรีที่เคยนั่งอยู่ด้านหลังได้ไปนั่งที่เบาะโดยสารด้าน หน้าแล้วแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกับผู้เขียนว่า เบาะหน้านั่งสบายกว่าจริงๆ ด้วย

อย่างไรก็ตามเบาะนั่งด้านหลังนั้นเมื่อเทียบกับซีรี่ส์ 7 รุ่นก่อนๆ ถือว่าโฉมปัจจุบันได้ปรับให้มีความสบายมากขึ้นแล้ว แม้จะไม่มากกว่าเบาะนั่งด้านหน้าแต่ก็ถือว่า ดีกว่าเดิม ขณะ ที่เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส เสียงจากผู้เคยนั่งบอกอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า เบาะนั่งหลังของเบนซ์สบายกว่าเบาะนั่งหน้า

สรุป บี เอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลหรือเบนซิน นับเป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้บริหารที่ชอบขับรถเองมากกว่านั่งเฉยๆ ทางด้านหลัง ด้วยออปชันและสมรรถนะเรียกว่าไม่เป็นรองคู่แข่ง จะมีก็เพียงราคา ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอนขณะนี้ จึงต้องบอกว่า สูงเอาเรื่อง แต่หากอยู่ในภาวะเศรษฐกิจดี ราคาแค่นี้เศรษฐีไทยบอกว่า “จิ๊บๆ”
















Continue reading...