|
ความพิเศษของต้น แบบรุ่นนี้คือ การขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแบบใหม่ที่ต่อยอดจากระบบ E-REV หรือ Extended Range Electric Vehicle ของเชฟโรเลต โวลต์ โดยที่ตัวรถจะมีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 60 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 20.4 กก.-ท. ติดตั้งอยู่บนเพลาหน้าและหลัง และมีเครื่องยนต์ 4 สูบ 1,600 ซีซี MIVEC 115 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 12.7 กก.-ม. ทำหน้าที่ชาร์จกระแสไฟฟ้า และเพิ่มอีกหนึ่งบทบาทที่เชฟโรเลต โวลต์ไม่มี คือ การช่วยขับเคลื่อนล้อหน้า ซึ่งตัวรถจะเลือกรูปแบบของการขับเคลื่อนได้อย่างอิสระเพื่อให้สอดคล้องกับ การใช้งานภายใต้การควบคุมของระบบ MiEV OS หรือ MiEV Operating System
|
Ev Mode มอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้าเพียงอย่างเดียว จนกว่าจะถึงเวลาที่เกิดการลื่นไถล จึงจะสั่งให้มอเตอร์ไฟฟ้าของล้อหลังทำงานเพื่อเพิ่มการทรงตัว จากการทดสอบความประหยัดตามโหมด 10-15 ใน EV Mode สามารถขับทำระยะทางได้ไม่เกิน 50 กิโลเมตร ตามด้วย Series Hybrid Mode จะเริ่มทำงานเมื่อพบว่าระดับของกระแสไฟฟ้าของแบตเตอรี่ลดต่ำลง ก็จะสั่งให้เครื่องยนต์ทำงานเพื่อชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้ามาชดเชยที่เสียไป และเมื่อใช้ความเร็วสูงระบบจะเปลี่ยนไปเป็น Parallel Hybrid Mode ซึ่งเครื่องยนต์จะรับหน้าที่ในการขับเคลื่อนเป็นหลัก โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อน และจะชาร์จกระแสไฟฟ้าเมื่อมีการเบรกหรือถอนคันเร่งเหมือนกับรถยนต์ไฮบริดที่ ขายอยู่ในปัจจุบัน
|
นอกจากนั้นในเรื่อง ความปลอดภัยระหว่างเดินทางก็มีการติดตั้งระบบที่เรียกว่า DSSS หรือ Driving Safety Support System ซึ่งเป็น Level II โดยในตอนนี้ทางสำนักงานตำรวจทางหลวงของญี่ปุ่นกำลังประชาสัมพันธ์ระบบนี้ อยู่ เพราะตามถนนบางเส้นทางจะมีตัวส่งสัญญาณเพื่อให้รถยนต์ที่มีระบบนี้ได้รับ ทราบถึงสภาพเส้นทางที่อยู่ด้านหน้า ไม่ว่าจะเป็นการจราจร รถจอดเสีย คนข้ามถนน หรืออุบัติเหตุ เพื่อให้ผู้ขับได้ระมัดระวังตัว นับเป็นเอสยูวีที่ไฮเทคและน่าสนใจอีกรุ่นบนเวทีมอเตอร์โชว์ที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว
|
|
|
| |
0 ความคิดเห็น:
Post a Comment