ตามคำแถลงของกูเกิล วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2552 คือวันที่แคมเปญโฆษณา Going Google จะเริ่มต้นจุดพลุในประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ผลคือชื่อกูเกิลจะไปปรากฏตามสื่อโฆษณาสาธารณะทั้งในสิ่งพิมพ์และป้ายบิล บอร์ดตามสถานีรถไฟและสนามบินในประเทศเหล่านี้ เพื่อประชาสัมพันธ์นานาบริการแอปพลิเคชันสำหรับองค์กรธุรกิจของกูเกิล โดยเฉพาะบริการอีเมลและบริการแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์สร้างไฟล์เอกสาร
แน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ภาพการแข่งขันระหว่างกูเกิล และค่ายซอฟต์แวร์รายใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft) และไอบีเอ็ม (IBM) ชัดเจนและดุเดือดยิ่งขึ้น
กลุ่มเป้าหมายเดียวกัน
มี การวิเคราะห์ว่า กลุ่มเป้าหมายของแคมเปญ Going Google ที่กูเกิลลงโฆษณาไว้ตามสื่อใหญ่และป้ายขนาดมโหฬารคือผู้ที่ใช้โปรแกรมของ ไมโครซอฟท์ทั้งออฟฟิศ (Office) เอ็กซ์เชนจ์ (Exchange) และแชร์พ็อยท์ (Sharepoint) ใจความในแคมเปญที่ต้องการให้รับรู้คือ กูเกิลเป็นช่องทางที่จะทำให้พนักงานในองค์กรสามารถแชร์เอกสาร ปฏิทินงาน อีเมล และอื่นๆโดยไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาในการจัดการเซิร์ฟเวอร์ให้บริการอีเม ลด้วยตัวเอง รวมถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์ในเครื่อง
ทั้งที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์และไอบีเอ็มต่างก็สามารถทำเงินเป็นกอบเป็นกำได้จากการขายอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ และเป็นที่ปรึกษาเพื่อบำรุงรักษาระบบให้บริการอีเมลและซอฟต์แวร์ในองค์กร
สิ่งที่กูเกิลกำลังทำอยู่คือความพยายามชักจูงให้องค์กรธุรกิจหันมา ใช้บริการเทคโนโลยีการประมวลผลกลุ่มเมฆ หรือคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้บริษัทองค์กรไม่ต้องเสียเงินซื้อฮาร์ดแวร์มาเก็บ อีเมลด้วยตัวเอง และไม่ต้องซื้อซอฟต์แวร์เพื่อติดตั้งลงในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องใน บริษัท แต่สามารถนำข้อมูลทั้งหมดมาฝากไว้กับฟาร์มเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลได้ ประหยัดทั้งเงิน เนื้อที่ และเวลา ซึ่งขณะนี้ ค่ายซอฟต์แวร์ทั้งไอบีเอ็มและไมโครซอฟท์ต่างก็เปิดตัวบริการเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้งกันถ้วนหน้าแล้ว เช่นเดียวกับซิสโก้ (Cisco Systems) ที่กำลังเตรียมให้บริการเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งในเร็ววันนี้
จุดนี้ทอม ออสติน (Tom Austin) นักวิเคราะห์จากการ์ทเนอร์ (Gartner) เชื่อว่าองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมาใช้บริการอีเมลเทคโนโลยีคลาวด์คอม พิวติ้งในอนาคต แต่อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพราะแม้คลาวด์คอมพิวติ้งจะสามารถประหยัดทั้งค่าต้นทุนและบำรุงรักษาระบบ คอมพิวเตอร์สำหรับองค์กรได้ดีเยี่ยม แต่กลับมีความเสี่ยงเรื่อง"ระบบล่ม"ซึ่งยังเป็นปัญหาที่ทำให้หลายธุรกิจไม่ ไว้วางใจ
ธุรกิจแอปฯกูเกิลโต
บริการ กูเกิลแอปส์ (Google Apps) ที่แคมเปญ Going Google ตั้งใจให้กลุ่มองค์กรธุรกิจรู้จักและตกลงใจให้งานนั้น กูเกิลระบุว่า องค์กรที่ใช้งานกูเกิลแอปส์ในขณะนี้มีจำนวนราว 2 ล้านองค์กรแล้ว เพิ่มขึ้นจาก 1.75 ล้านบริษัทในเดือนมิถุนายน
จำนวนนี้รวมทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ที่จ่ายค่าบริการ 50 เหรียญต่อปีต่อคนเพื่อใช้งานแอปพลิเคชันของกูเกิล ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่มีจำนวนพนักงานไม่เกิน 50 คนซึ่งสามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้ฟรี
สำหรับจำนวนแอคทีฟยูสเซอร์หรือผู้ที่ใช้งานต่อเนื่องนั้นอยู่ที่ 20 ล้านคน มาจาก 100 ประเทศ 40 ภาษา เพิ่มขึ้นจาก 15 ล้านคนในเดือนมิถุนายน โดยในจำนวนนี้มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่กูเกิลให้บริการฟรีแก่มหาวิทยาลัย พันธมิตรแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย
ตัวเลขผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นนี้ถูกมองว่าเป็นเพราะกระแสการโฆษณา อย่างหนักของกูเกิลที่เริ่มต้นในสหรัฐฯเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กูเกิลลงโฆษณาทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ The New York Times, Forbes และ The Economist รวมถึงป้ายบิลบอร์ดในสนามบิน สถานีรถไฟ และแหล่งธุรกิจในเมืองใหญ่ สอดคล้องกับที่อีริก ชมิดต์ (Eric Schmidt) ซีอีโอกูเกิลเคยระบุว่า จะลงทุนครั้งใหญ่เพื่อหาทางเติบโตในธุรกิจใหม่ และแอนดรูว์ โควากส์ (Andrew Kovacs) ประชาสัมพันธ์กูเกิลให้ข้อมูลว่าทีมแอปพลิเคชันของกูเกิลในขณะนี้มีจำนวน เพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนราวเท่าตัว ปัจจุบันมียอดพนักงานมากกว่า 1,000 คน
กู เกิลไม่ระบุว่ามีรายได้จากธุรกิจแอปพลิเคชันมูลค่าเท่าใด แต่คาดการณ์กันว่ารายได้จากธุรกิจแอปพลิเคชันของกูเกิลนั้นคิดเป็นเงินน้อย มากเมื่อเทียบกับรายได้รวมกูเกิลทั้งปี แม้กูเกิลจะระบุว่าธุรกิจแอปพลิเคชันของบริษัทนั้นสามารถทำกำไรและมีโอกาส สร้างรายได้เป็นเงินหลายร้อยล้านเหรียญต่อปี
ทอม โอลิเวรี่ (Tom Oliveri) ประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์องค์กรของกูเกิลไม่เปิดเผยว่ากูเกิลใช้เงินจำนวน เท่าใดกับแคมเปญนี้ตลอดปี 2009 ให้ข้อมูลเพียงว่าผู้ที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์แคมเปญนี้คือทีมครีเอทีฟของ กูเกิล (Google Creative Lab) ซึ่งมีผู้นำทีมเป็นอดีตผู้บริหารของเอเยนซีโฆษณาชื่อดังอย่างโอกิลวี แอนด์มาเธอร์ (Ogilvy & Mather) นามแอนดี้ เบิร์นดท์ (Andy Berndt)
Company Related Links :
Google Atwork


0 ความคิดเห็น:
Post a Comment