และแม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของตัววงเงิน ที่จะต้องมีการซื้อขายครั้งนี้ แต่ทางสื่อมวลชนเปิดเผยโดยอ้างจากแหล่งข่าวภายในว่า ทาง Tengzhong ควักเงินจ่ายเพียง 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 5,250 ล้านบาท ทางด้านจีเอ็มพยายามประกาศอย่างระมัดระวังถึงเรื่องนี้หลังจากที่เจอพิษที่ ทาง PAG ประกาศถอนการซื้อกิจการของแซทเทิร์นแบบกะทันหัน
โดยระบุว่าตามข้อตกลงครั้งนี้ทำให้ Tengzhong ได้รับสิทธิ์ในการถือครองแบรนด์ของฮัมเมอร์ ซึ่งก็รวมถึงเครื่องหมายการค้า และสิทธิ์ที่ถูกต้องทางกฎหมายในการผลิตเอสยูวีของฮัมเมอร์ โดยที่เจ้าของใหม่สามารถดำเนินกิจการได้ต่อไปโดยอาศัยเครือข่ายจำหน่ายของดี ลเลอร์ที่มีอยู่แล้วภายใต้ข้อตกลง
สำหรับสัดส่วนของการถือหุ้นในฮัมเมอร์ ทางจีเอ็มเผยว่า Tengzhong ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการทำเหมืองแร่ จะมีการก่อตั้งกลุ่มธุรกิจขึ้นมาเป็นพิเศษในการเข้าซื้อกิจการของฮัมเมอร์ โดยทาง Tengzhong จะถือหุ้น 80% และ Suo Lang Duo Ji นักธุรกิจในเสฉวนจะถืออีก 20% นอกจากนั้น ตามข้อตกลงครั้งนี้ ทาง Tengzhong ยังร้องขอให้ทางจีเอ็มรับหน้าที่ผลิตเอสยูวีรุ่น H2 และ H3 ในสหรัฐอเมริกาต่อไปอีกจนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน 2011 และมีออพชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปีจนถึงเดือนมิถุนายน 2012
ส่วนรุ่น H1 ซึ่งเป็นการดัดแปลงมาจากรถยนต์ที่ใช้ในราชการทหารเลิกผลิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2006 โดยทีมงานและคณะบริหารของฮัมเมอร์จะยังทำงานต่อไปจนกระทั่งมีการโอนย้าย กิจการเสร็จสิ้น จีเอ็มซื้อกิจการและสิทธิ์ในแบรนด์ของฮัมเมอร์มาจากทางเอเอ็ม เจนเนอรัลเมื่อปี 1998 โดยทางจีเอ็มรับหน้าที่ในการทำตลาดและสร้างเครือข่ายจำหน่าย
ขณะ ที่การผลิตทั้งหมดเป็นหน้าที่ของเอเอ็ม เจนเนอรัล ผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมามาในปี 1992 ภายใต้แนวคิด Civilian Hummer ซึ่งเป็นการนำ HMMWV หรือ Hum-Vee ที่ใช้ในราชการทหาร มาดัดแปลงสำหรับขายในตลาด และในการขายกิจการให้กับทาง Tengzhong ครั้งนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายกิจการทางด้านการทหารสำหรับผลิต HMMWV เพราะผู้ที่ถือสิทธิ์ตรงนี้คือทางเอเอ็ม เจนเนอรัล ไม่ใช่จีเอ็ม
โดยระบุว่าตามข้อตกลงครั้งนี้ทำให้ Tengzhong ได้รับสิทธิ์ในการถือครองแบรนด์ของฮัมเมอร์ ซึ่งก็รวมถึงเครื่องหมายการค้า และสิทธิ์ที่ถูกต้องทางกฎหมายในการผลิตเอสยูวีของฮัมเมอร์ โดยที่เจ้าของใหม่สามารถดำเนินกิจการได้ต่อไปโดยอาศัยเครือข่ายจำหน่ายของดี ลเลอร์ที่มีอยู่แล้วภายใต้ข้อตกลง
สำหรับสัดส่วนของการถือหุ้นในฮัมเมอร์ ทางจีเอ็มเผยว่า Tengzhong ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการทำเหมืองแร่ จะมีการก่อตั้งกลุ่มธุรกิจขึ้นมาเป็นพิเศษในการเข้าซื้อกิจการของฮัมเมอร์ โดยทาง Tengzhong จะถือหุ้น 80% และ Suo Lang Duo Ji นักธุรกิจในเสฉวนจะถืออีก 20% นอกจากนั้น ตามข้อตกลงครั้งนี้ ทาง Tengzhong ยังร้องขอให้ทางจีเอ็มรับหน้าที่ผลิตเอสยูวีรุ่น H2 และ H3 ในสหรัฐอเมริกาต่อไปอีกจนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน 2011 และมีออพชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปีจนถึงเดือนมิถุนายน 2012
ส่วนรุ่น H1 ซึ่งเป็นการดัดแปลงมาจากรถยนต์ที่ใช้ในราชการทหารเลิกผลิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2006 โดยทีมงานและคณะบริหารของฮัมเมอร์จะยังทำงานต่อไปจนกระทั่งมีการโอนย้าย กิจการเสร็จสิ้น จีเอ็มซื้อกิจการและสิทธิ์ในแบรนด์ของฮัมเมอร์มาจากทางเอเอ็ม เจนเนอรัลเมื่อปี 1998 โดยทางจีเอ็มรับหน้าที่ในการทำตลาดและสร้างเครือข่ายจำหน่าย
ขณะ ที่การผลิตทั้งหมดเป็นหน้าที่ของเอเอ็ม เจนเนอรัล ผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมามาในปี 1992 ภายใต้แนวคิด Civilian Hummer ซึ่งเป็นการนำ HMMWV หรือ Hum-Vee ที่ใช้ในราชการทหาร มาดัดแปลงสำหรับขายในตลาด และในการขายกิจการให้กับทาง Tengzhong ครั้งนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายกิจการทางด้านการทหารสำหรับผลิต HMMWV เพราะผู้ที่ถือสิทธิ์ตรงนี้คือทางเอเอ็ม เจนเนอรัล ไม่ใช่จีเอ็ม


0 ความคิดเห็น:
Post a Comment