พบกับสรุปข่าวต่างประเทศประจำสัปดาห์ ระหว่างวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม ถึง 9 ตุลาคม 2552
สรุป ข่าวต่างประเทศสัปดาห์นี้ยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความคืบหน้าของหายนะ อันเกิดจากภัยธรรมชาติต่อเนื่องมาจากช่วงปลายเดือนกันยายน เริ่มจากยอดผู้เสียชีวิตจากสึนามิถมโถมเข้าถล่มเกาะซามัว อเมริกันซามัว และเกาะตองกา เพิ่มเป็น ราว 170 คน ขณะที่ชาวซามัว จัดพิธีร่วมไว้อาลัยแก่ญาติมิตรผู้จากไป
ความเศร้ายังไม่ทันจางหายไปเหล่าประเทศในแถบแปซิฟิกใต้ต้องตกอยู่ใน ภาวะตื่นกลัวอีกครั้ง เมื่อเกิดแผ่นไหวขนาดใหญ่ 5 ครั้ง ในระยะเวลาห่างกันไม่กี่ชั่วโมง โดยที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกก็ได้ประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์ใน 25 ประเทศและดินแดน ก่อนยกเลิกในภายหลัง และมีรายงานการพบคลื่นสึนามิขนาดย่อมๆ เพียง 3 ระลอก แต่ไม่มีข่าวผู้บาดเจ็บล้มตายหรือความเสียหายอื่นใด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือน อาจเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ต่อไปในอนาคต
ที่อินโดนีเซีย ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในวันเดียวกันที่สึนามิพัดถล่มแปซิฟิกใต้ ล่าสุดสำนักงานจัดการภัยพิบัติ เปิดเผยว่ายอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้น 35 คน เป็น 739 คนแล้ว แต่คาดว่าตัวเลขสุดท้ายจะมียอดผู้เสียชีวิตสูงกว่านี้มาก
ด้านฟิลิปปินส์ที่จมอยู่ใต้บาดาลอยู่แล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นป้าหม่าอีกระลอก โดยพายุลูกนี้เข้าพัดกระหน่ำทางภาคเหนือของประเทศ ส่งผลให้ต้นไม้หักโค่น กระแสไฟฟ้าและการติดต่อทางโทรศัพท์ถูกตัดขาด อิทธิพลของพายุลูกนี้ทำให้เกิดฝนตกหนักและสร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมประชาชน ในกรุงมะนิลาหลายล้านคนที่ยังไม้พ้นจากสภาพภัยพิบัติจากพายุกิสนา
ทั้งนี้พบผู้เสียชีวิตจากพายุกิสนาในเวียดนาม ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 107 คนทำให้ยอดเสียชีวิตในพื้นที่ประสบภัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาว รวมกันเป็นอย่างน้อย 441 คน
ขณะที่ ไต้ฝุ่น "ป้าหม่า" ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 รายในฟิลิปปินส์ ขณะที่ประเทศและหน่วยงานนานาชาติต่างเร่งมือเข้าช่วยเหลือ ทว่าก็มีเรื่องอันน่าผิดหวังเกิดขึ้น จากกรณีที่มีข่าวว่ามาริเดส เฟร์นันโด นายกเทศมนตรีเมืองมาริกินา ให้ความสำคัญกับการขนย้ายรองเท้ากว่า 200 คู่ ของอิเมลดา มาร์กอส อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฟิลิปปินส์ ที่ตั้งแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์รองเท้าของเมืองให้รอดพ้นจากน้ำท่วม มากกว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ที่ฟิลิปปินส์ซึ่งเชื่อว่าเลวร้ายแล้ว อินเดียก็เป็นอีกชาติที่ต้องประสบกับอุทกภัยร้ายแรงไม่แพ้กัน หลังผจญพายุฝนตลอดสัปดาหที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 250 คน ขณะที่ประชาชนอีก 2.5 ล้านคน ต้องอาศัยอยู่ในค่ายพิกพิงชั่ว โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในรัฐกรณาฏกะ รัฐอานธาราประเทศ ซึ่งน้ำที่เชียวกราดในแม่น้ำทำให้ตลิ่งลายตลิ่งทรุด
ย้ายเข้าสู่วงการการเมืองกันบ้าง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ญี่ปุ่นได้สูญเสียนักการเมืองคนสำคัญไปหนึ่งราย นั่นคือโชอิจิ นากางาวะ อดีตรัฐมนตรีคลังถูกพบเสียชีวิตอยู่ในภายบ้านพัก โดยเวลานี้ยังไม่ทราบสาเหตุการตายครั้งนี้ ทว่าก่อนหน้านี้ นากางาวะ เคยก่อเรื่องอื้อฉาวและถูกกดดันจนต้องลาออกจากตำแหน่งกรณีมีอาการคล้ายกับ มึนเมาระหว่างการประชุมจี 7 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา
อีกหนึ่งนักการเมืองชื่อดังที่แม้ยังไม่เสียชีวิต แต่สถานภาพ ณ ปัจจุบันก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นหลังเจอข่าวฉาวรุมเร้าทั้งกรณีหลีเด็กและจ่าย เงินซื้อบริการทางเพศโสเภณี ล่าสุดก็ต้องผจญกับวิกฤตชีวิตอีกระลอก เมื่อศาลรัฐธรรมนูญอิตาลี ก่อความผิดหวังแก่ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ด้วยการวินิจฉัยลบล้างกฎหมายที่ออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้นายกรัฐมนตรีรายนี้ ถูกดำเนินคดีขณะดำรงตำแหน่ง คำตัดสินที่จะนำไปสู่การรื้อฟื้นคดีเก่าๆที่อาจทำให้ชีวิตทางการเมืองของเขา จบลงอย่างไม่สวยงามก็เป็นได้
ความรุนแรงในตะวันออกกลางปะทุขึ้นมาอีกครั้ง โดยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มก่อการร้ายลงมือโจมตีผลประโยชน์ของชาติตะวันตก ในหลายประเทศ ทั้งปฏิบัติการระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสำนักงานขององค์การสหประชาชาติใน ปากีสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และเหตุมือระเบิดบริเวณด้านนอกสถานทูตอินเดียในกรุงคาบูล ของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย
ไปที่ข่าวเศรษฐกิจกันบ้าง หนังสือพิมพ์รายวัน "ดิ อินดิเพนเดนต์" ของอังกฤษรายงานระบุว่ากลุ่มรัฐอาหรับบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ได้เปิดการหารือแบบลับๆกับรัสเซีย, จีน, ญี่ปุ่น, และฝรั่งเศส เพื่อหาทางนำระบบ "ตะกร้าเงิน" ที่ประกอบด้วยเงินตราหลายๆ สกุล มาใช้เป็นตัวกลางสำหรับซื้อขายน้ำมันแทนการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงสกุลเดียว อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหลายประเทศต่างพร้อมใจกันออกมาปฏิเสธรายงานนี้ แล้ว
ส่วนธนาคารกลางของออสเตรเลีย ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย.25 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 3.25 เปอร์เซ็นต์ โดยบอกว่าเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ผ่านพ้นช่วงเลวร้ายที่สุดไป แล้ว นับเป็นธนาคารกลางแห่งแรกในกลุ่ม “จี20” ตลอดจนในบรรดาประเทศอุตสาหกรรมสำคัญของโลก ที่เริ่มเคลื่อนไหวขยับขึ้นดอกเบี้ย โดยเป็นที่คาดหมายกันว่าน่าจะทำให้แบงก์ชาติหลายแห่งของประเทศในเอเชีย มีการปรับสูงตามไปด้วยในไม่ช้า
ข่าวฮีอฮาปิดท้ายสัปดาห์นี้ คงไม่พ้นกรณี ประธานาธิบดี บารัค โอบามา คว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปีนี้ไปครอง โดยคณะกรรมการยกย่อง “ความพยายามทางการทูตอันยอดเยี่ยมของเขาในเวทีระหว่างประเทศ” เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือจากมวลชลทั่วโลก เพื่อผลักดันให้โลกปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ แม้เพิ่งจะทำหน้าที่ผู้นำสหรัฐฯได้ไม่ถึงปี
การได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของโอบามา นำมาสู่ความยินดีจากบรรดาผู้นำพันธมิตรต่างๆทั่วโลก แต่ขณะเดียวกันบรรดาคู่ปรปักษ์ก็เรียงหน้าประณามคำตัดสินใจเป็นทิวแถวใน จำนวนนั้นมีจากกลุ่มนักรบตอลิบานรวมอยู่ด้วย ขณะที่มายเรด คอริแกน แม็คไกวร์ อดีตเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ก็ออกมาตำหนิเช่นกัน ชี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเพียงพอ เช่นเดียวกับแกนนำรีพับลิกันที่หยามไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริงของผู้นำราย นี้
พบกันอีกครั้งสัปดาห์หน้า...


0 ความคิดเห็น:
Post a Comment