โนเกียเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ประจำปี 2552 ด้วยยอดขายสุทธิกว่า 9.8 พันล้านยูโร (ราว 487 พันล้านบาท) นับเฉพาะโทรศัพท์มือถือและบริการมียอดขายสุทธิ 6.9 พันล้านยูโร (343 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ทำให้โนเกียยังคงมีส่วนแบ่งตลาดรวม 38%
ออลลิ เพกกา คัลลัสวูโอ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โนเกีย กล่าวว่า แม้ว่าปัจจัยความต้องโทรศัพท์มือถือที่กำลังสูงขึ้น แต่ราคาขายเฉลี่ยของยังตงมีอัตราคงที่เมื่อเทียบกันไตรมาสต่อไตรมาส ทำให้ยอดจำหน่ายยังไม่เติบโตเท่าที่ควร นอกจากนี้โนเกียยังได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิตหลายรุ่น ทำให้ผลิตสินค้าออกมาไม่เพียงพอต่อความต้องการในตลาด
"ใน ไตรมาสที่ 3 ปี 2552 ตลาดรวมมียอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือราว 288 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อนโดยโนเกียมียอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและบริการทั้งหมด 108.5 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้มียอดขายสุทธิ 6.9 พันล้านยูโร (343 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2552"
โนเกียคาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ของตลาดรวมจะมี อัตราสูงขึ้นในไตรมาสที่ 4 ปี 2552 และคาดว่าส่วนแบ่งตลาดของโนเกียจะมีสัดส่วนคงที่ในไตรมาสที่ 4 ปี 2552 นอกจากนี้ยังคาดว่ายอดจำหน่ายรวมทั้งปี 2552 ของอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ของตลาดรวมจะมีจำนวนราว 1.12 พันล้านเครื่อง ลดลง 7% จากจำนวนราว 1.21 พันล้านเครื่องที่โนเกียได้ประมาณการณ์ไว้เมื่อปี 2551
Company Related Links :
Nokia


0 ความคิดเห็น:
Post a Comment