สกายเดก คอนเซ็ปต์ของฮอนด้าดูๆ แล้วมีแนวโน้มสูงมากที่จะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้เป็นรุ่น เปลี่ยนโฉมของโอดิสซีส์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในปลายอายุตลาดแล้ว
วัน ศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ งานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2009 จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว และตอนนี้มีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นหลายรายเริ่มทยอยปล่อยข้อมูล และรายละเอียดของทีเด็ดที่เตรียมนำออกจัดแสดงในงานนี้กันมาบ้างแล้ว
แน่นอนว่าสถานที่จัดแสดงของงานคือ มาคูฮาริ แมสเซ่ จังหวัดชิบะเหมือนเดิม ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวไปประมาณ 40 นาทีสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟตามมาตรฐานของญี่ปุ่น ส่วน คิวในการจัดแสดงของงาน ก็ไล่เรียงตามนี้ คือ วันที่ 21-22 ตุลาคมเป็นรอบสำหรับสื่อมวลชน วันที่ 23 ตุลาคมสำหรับแขกพิเศษ และ 24 ตุลาคม ถึง 4 พฤศจิกายนสำหรับคนทั่วไป
บอกเอาไว้ก่อนว่า จริงอยู่ที่เมื่อก่อนโตเกียว มอเตอร์โชว์จัดงานเป็นประจำทุกปี จนกระทั่งเริ่มมีการเปลี่ยนไปเป็นทุกๆ 2 ปีในปีค.ศ. ที่ลงท้ายด้วยเลขคี่เหมือนกับแฟรงค์เฟิร์ต โดยเริ่มตั้งแต่ปี 1973 เป็นต้นมา แต่ในปี 2000 มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยเปลี่ยนมาจัดเป็นประจำทุกปี เพียงแต่ปีที่เป็นเลขคี่จะเป็นงานใหญ่ที่สุด จัดแสดงรถยนต์นั่งและมอเตอร์ไซค์ ส่วนเลขคู่เป็นงานสำหรับรถยนต์เพื่อกาพาณิชย์ และรถบรรทุก
สำหรับ ปีนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 41 แบรนด์ที่เผยข้อมูลออกมานี้ เป็นผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นล้วนๆ แม้จะยังมีไม่มาก แต่ก็พอเรียกน้ำย่อยได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วนแบรนด์ต่างชาติไม่ใช่ว่าจะไม่มีของใหม่มาเปิดตัวในงานเลยเสียทีเดียว เพียงแต่ว่าอย่าไปหวังพึ่งมาก เพราะบางทีก็มี บางทีก็นำของเก่าจากแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์มาจัดแสดงให้ดูกันอีกรอบ...เอาแน่เอานอนไม่ได้ ส่วนจะมีอะไรบ้างลองมาดูกัน | ||||
ข่าวระลอกแรกของฮอนด้าสำหรับโตเกียว มอเตอร์โชว์ในปีนี้ คือ การเปิดตัวยานพาหนะส่วนบุคคลรุ่นใหม่ที่เรียกว่า U3-X ซึ่งช่วยให้ผู้ขับสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระรอบทิศทางเช่นเดียวกับการ ก้าวเดินของมนุษย์ ทั้งเดินหน้า ถอยหลัง ด้านข้างรวมถึงทแยงมุม โดยมีรูปแบบคล้ายกับเก้าอี้นั่งติดล้อมีน้ำหนัก 10 กิโลกรัม และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่อาศัยกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แบบลิเธียม -ไอออน ส่วนที่ถูกเปิดเผยต่อเนื่องออกมาคือ ต้นแบบรุ่นใหม่ที่เรียกว่า สกายเดก คอนเซ็ปต์ (Skydeck Concept) ซึ่งออกแนว MPV ที่เน้นความปลอดโปร่งของห้องโดยสาร ด้วยชุดหลังคาแบบมูนรูฟ แถมยังสุดสปอร์ตด้วยประตูหน้าเปิดขึ้นในลักษณะเหมือนกับกรรไกร หรือ Scissor Door เช่นเดียวกับรถสปอร์ตรุ่นเก่าๆ ของลัมบอร์กินี เช่น ดิอาโบล ส่วนประตูบานท้ายเปิดในลักษณะสไลด์ไปทางด้านหลัง | ||||
| ||||
| ||||
มาสด้าจะนำเครื่องยนต์เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่น “สกาย-จี (SKY-G) ” และเครื่องยนต์ดีเซลพลังสะอาด “สกาย-ดี (SKY-D)” และระบบเกียร์อัตโนมัติประสิทธิภาพสูง “มาสด้า สกายไดรฟ์ (Mazda SKY Drive)” ออกจัดแสดง พร้อมเปิดตัวยานยนต์ต้นแบบ “กิโยระ (Kiyora)” อันสะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอันล้ำสมัยของ มาสด้า (Mazda's next-generation environmental and safety technologies) สกาย-จีเป็นเครื่องยนต์เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่นซึ่งให้อัตราการ ประหยัดพลังงานที่ดีเยี่ยม เสื้อสูบได้รับการออกแบบใหม่เพื่อลดแรงเสียดทาน และให้อัตราการผสมผสานระหว่างอากาศและน้ำมันในระดับที่เหมาะสม มีการใช้ระบบไดเร็คอินเจ็คชั่นเพื่อรองรับการฉีดเชื้อเพลิงในระดับต่างๆ เพื่อให้เกิดอัตราการกระจายเชื้อเพลิงที่สูงสุด ให้อัตราประหยัดเชื้อเพลิงและแรงบิดที่ดีกว่าเครื่องยนต์มาสด้าขนาด 2.0 ลิตรรุ่นปัจจุบันประมาณ 15% ส่วนสกาย-ดีเป็นขุมพลังเทอร์โบดีเซลที่มีความประหยัดดีขึ้นจากบล็อก 2,200 ซีซีของมาสด้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน 20% | ||||
| ||||
การเข้ามาเป็นพันธมิตรกับโตโยต้าบวกกับกระแสความต้องการรถยนต์ทั่ว โลกเบียงเบนมาที่เทคโนโลยีไฮบริด ถือว่าเป็นโอกาสอันนี้สำหรับฟูจิ เฮฟวี่ อินดัสตี้-FHI ผู้จำหน่ายรถยนต์ซูบารุ เพราะนั่นเท่ากับว่า ซูบารุแทบไม่ต้องเสียเวลาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับเทคโนโลยีไฮบริดเหมือนกับ ผู้ผลิตรถยนตค์ค่ายอื่นๆ | ||||
| ||||
ส่วนที่จะมีขายในญี่ปุ่น ก็เน้นไปที่ความแรงอย่างอิมเพรซา STI A-Line ซึ่งเป็นการนำคาร์บอนไฟเบอร์มาทำหลังคาเพื่อลดน้ำหนักโดยรวมให้กับตัวรถ ขณะที่ทางรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นเอ็กซิก้าก็มีเวอร์ชัน STI แล้ว แต่ข่าวร้ายคือ เป็นแค่การแต่งเท่านั้นเพราะนำรุ่น 2.0GT มาเสริมหล่อ ยังไม่ได้ถึงขนาดรีดกำลังให้กับเครื่องยนต์เพื่อความร้อนแรงที่เพิ่ม | ||||
ที่ เผยรายละเอียดออกมาล่วงหน้ามี 2 รุ่น คือ MiEV ที่ถูกขยายตัวถังให้กลายเป็นรถยนต์เพื่อการใช้งานในเชิงพาณิชย์ภายใต้ชื่อ MiEV Cargo มีขนาดตัวถัง 3,395 มิลลิเมตร แต่มีระยะฐานล้อในระดับ 2,550 มิลลิเมตร และยังขับเคลื่อนด้วยล้อหลังจากชุดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 47 กิโลวัตต์ ซึ่งมีแรงบิด 18.3 กก.-ม. และแล่นทำระยะทางต่อการชาร์จ 1 ครั้งได้ 160 กิโลเมตร เรียกว่าเป็นไอเดียที่แปลกในการนำซิตี้คาร์ไซส์เล็ก แถมระบบขับเคลื่อนยังวางอยู่ด้านหลังมาดัดแปลงให้กลายเป็นรถยนต์เพื่อใช้ใน การบรรทุกสัมภาระ |


0 ความคิดเห็น:
Post a Comment