Wednesday, October 14, 2009

ป.เชื่อฆ่าแม่หั่นศพลูก มุ่งปมชิงทรัพย์-ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

Posted by new-soon - Filed under ,
นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว

ทางสืบสวนกองปราบ ปักใจเชื่อ “ไอ้โหด” ฆ่าแม่ หั่นศพลูก มีความประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตาย มากกว่าจะเป็นเหตุบันดาลโทสะ พร้อมพบพยายามที่จะล่วงละเมิดทางเพศกับบุตรสาวของผู้ตาย


วันนี้ (14 ต.ค.) ที่กองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการสืบสวนคดีฆ่า นางสุนันท์ ศรีสุวรรณ หรือ มาคิโน อายุ 38 ปี และฆ่าหั่นศพ เด็กชายโชว์ มาคิโน ลูกชาย นางสุนันท์ วัย 5 ขวบ โดยที่ นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว พร้อมกับก่อนให้การว่าเป็นคนร้ายในคดีดังกล่าว ส่วนสาเหตุนั้นเกิดจากเรื่องบันดาลโทสะกับนางสุนันท์ ที่สั่งให้ไปฆ่าอดีตสามี โดยในส่วนของกองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามคำให้การของ นายศิริพงษ์ ว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องบันดาลโทสะนั้น เจ้าหน้าที่เองก็ไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ


วันเดียวกัน พ.ต.อ.ประยนต์ ลาเสือ รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป.ก็ได้ออกหาข่าวจากแหล่งข่าวต่างๆ ทั้งจากคนใกล้ตัวของ นางสุนันท์ ผู้ตาย และกลุ่มชาวต่างชาติ ทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น เบื้องต้นไม่พบว่าผู้ต้องหาอยู่ในสังกัดมาเฟียชาวต่างชาติกลุ่มใด ทั้งนี้ ตามแผนประทุษกรรมของผู้ต้องหาที่นอกจากฆ่า นางสุนันท์ และบุตรชายแล้ว ก็ยังได้พยายามที่จะล่วงละเมิดทางเพศกับบุตรสาวของผู้ตายอีกด้วย โดยเชื่อว่า ผู้ต้องหารายนี้มีความประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตาย มากกว่าจะเป็นเหตุบันดาลโทสะ



นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ นางสุนันท์ ผู้ตายนั้น ทราบว่า เดินทางไปทำงานร้านอาหารที่ประเทศญี่ปุ่น ได้หลายปีแล้ว หลังจากที่เลิกกับสามีคนไทย คือ พ่อของ ด.ญ.พิชยา หรือ น้องมินท์ อายุ 13 ปี เมื่อไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ไปแต่งงานกับชาวญี่ปุ่น มีลูกด้วยกันหนึ่งคน คือ ด.ช.โช ส่วนสามีชาวญี่ปุ่นนั้น ก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร ทราบว่า มีหุ้นส่วนทำธุรกิจร้านขายของเด็กเล่น ไม่มีทรัพย์สินอะไรมาก ถึงขั้นที่ทำให้เป็นสาเหตุต้องฆ่าสามีชาวญี่ปุ่น เพื่อหวังมรดกตามคำให้การของนายศิริพงษ์ และที่สำคัญ ก็คือ ผู้ตายนั้นได้เลิกลากับสามีชาวญี่ปุ่นรายนี้ไปแล้ว


นอกจากนั้น พบว่า ปัจจุบันทางสามีก็ส่งเสียเพียงแค่ค่าเลี้ยงดู ด.ช.โช เท่านั้น ผู้ตายก็ยังทำงานอยู่ที่ร้านอาหารเหมือนเดิม ระยะหลังผู้ตายเห็นว่าถ้าเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น คงจะไปไม่ไหว ก็เตรียมที่จะส่งลูกมาเรียนอยู่ที่เมืองไทย คาดว่า คงได้มารู้จักกับผู้ต้องหา และได้คบหากัน ผู้ตายก็หวังว่า จะให้ผู้ต้องหาคอยช่วยดูแลลูกให้ โดยได้ซื้อคอนโดมิเนียมไว้ที่เมืองไทย และเริ่มซื้อของเข้าบ้าน เชื่อว่า การเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้ผู้ตายอาจเตรียมทรัพย์สินติดตัวมาเป็นจำนวนมาก เลยทำให้ผู้ต้องหา เกิดความอยากจะได้ จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าวก็เป็นได้


0 ความคิดเห็น:

Post a Comment